Menu


Link










 

 
 
 



 

  
 
    


        
 



Visit Counter
frontpage stats



จังหวัดลำพูน
          
          เป็นจังหวัดเก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือเดิมชื่อว่า "หริภุญไชย" เมื่อสร้างเมืองเสร็จ มีพระธิดามหากษัตริย์แห่งกุงละโว้พระนามว่า "จามเทวี" มาปกครอง ผลัดเปลี่ยนกษัตริย์ครองอยู่หลายราชวงศ์ ผ่านมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ลำพูนมีฐานะเป็นเมืองขึ้น กระทั่งเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ในพ.ศ. 2575 จึงมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเจ้าผู้ครองนคร
          ลำพูนเป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในภาคเหนือ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีแม่น้ำสำคัญไหลผ่าน 4 สายคือ แม่น้ำปิง แม่น้ำกวง แม่น้ำทาและแม่น้ำลี้ แบ่งการปกครองเป็น 8 อำเภอ คือ อ.เมืองลำพูน อ.ป่าวาง อ.บ้านโฮ่ง อ.ลี้ อ.ทุ่งหัวช้าง อ.บ้านธิและอ.เวียงหนองล่อง

                                คำขวัญประจำจังหวัดลำพูน
         พระธาตุเด่น พระรอดขลัง ลำไยดัง กระเทียมดี ประเพณีงาม จามเทวีศรีหริภุญชัย 

วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร
          ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 150 เมตร มีถนนล้อมรอบ 4 ด้าน ภายในวัดประกอบไปด้วยศิลปกรรมที่บ่งบอกความรุ่งเรืองของพุทธศาสนา ณ อาณาจักรหริภุญชัย อันได้แก่ ซุ้มประตูก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตร วิหารหลวงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธปฎิมาขนาดใหญ่ 3 องค์ก่ออิฐถือปูน รวมถึงพระหล่อโลหะสมัยเชียงแสนชั้นต้นและชั้นกลาง และองค์พระบรมธาตุหริภุญชัย อันเป็นปูชนียสถานสำคัญยิ่งของล้านนา เป็นที่ประดิษฐานพระเกศธาตุบรรจุในโกศทองคำ ทุก ๆ ปีจะมีการจัดงานนมัสการและสรงน้ำพระธาตุ ในวันเพ็ญเดือน 6
 

   

 
วัดจามเทวี
          ชาวบ้านเรียกว่า "วัดกู่กุด" สร้างขึ้นโดยฝีมือช่างละโว้ เป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์สุวรรณจังโกฎ ลักษณะพระเจดีย์เป็นรูปทรงเหลี่ยมแบบพุทธคยาในอินเดีย ภายในบรรจุพระอิฐของพระนางจามเทวี ต่อมายอดพระเจดีย์หักหายไปไม่ทราบแน่ว่าสมัยใด จึงเป็นที่มาของคำว่า "กู่กุด" ที่ชาวบ้านเรียกขานกันทั่วไป(ตั้งอยู่ริมถนนจามเทวี ตำบลในเมือง) อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศตะวันตก 1 กม. ตามถนนสายลำพูน-สันป่าตอง
  
 
     
 
กู่ช้างกู่ม้า
          เป็นโบราณสถาน ตั้งอยู่บริเวณชุมชนวัดไก่แก้ว ห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 กม. กู่ช้างเป็นสถูปทรงกระบอกปลายมน เชื่อว่าเป็นสุสานช้างศึกคู่บารมีของพระนางจามเทวี ชือ "ภูก่ำงาเขียว" หมายถึงช้างผิวสีคล้ำ งาสีเขียวที่ทรงอานุภาพและอิทธิฤทธิ์ในการศึกสงคราม ส่วนกู่ม้าเป็นสถูปทรงระฆัง เชื่อว่าเป็นสุสานม้าทรงของพระโอรสพระนางจามเทวี

     

พระพุทธบาทตากผ้า
           เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ มีปูชนียสถานสำคัญคือ รอยพระพุทธบาทและรอยตากผ้า ซึ่งเชื่อว่าพระพุทธองค์เสด็จมาที่นี่แล้วทรงนำจีวรออกตากบนผาหิน จากนั้นจึงทรงอธิษฐานเหยียบพระบาทประดิษฐานไว้บนผาลาด นับเป็นสถานที่ที่พุทธศาสนิกชนเคารพศรัทธาและเดินทางมานมัสการเป็นจำนวนมาก วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาระหว่างดอยม่อนช้างและดอยเครือ สามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 106 ช่วง กม.ที่ 136-137 เข้าไปประมาณ 1 กม.
 
    
 
     
 
พระพทธบาทห้วยต้ม
          ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ต.นาทราย ห่างจากตัวอ.ลี้ไปทางใต้ประมาณ 10 กม.แยกจากทางหลวงหมายเลข 106 กม.ที่ 46-47 เข้าไปประมาณ 5 กม. บริเวณทางเข้ามีอนุสาวรีย์พระครูบาชัยยะวงศาพัฒนาตั้งอยู่เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในอ.ลี้ มีสิ่งก่อสร้างทำจากศิลาแลง และมีองค์พระธาตุที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม โดยครูบาชัยยะวงศาพัฒนา พระอาจารย์ชื่อดังทางภาคเหนือเป็นผู้บูรณะก่อสร้างและศรัทธาของชาวกระเหรี่ยงที่อยู่รอบบริเวณวัด
 
 

   

 
 
อุทยานแห่งชาติแม่ปิง
          มีพื้นที่ประมาณ 1003 ตารงกิโลเมตร ครอบคลุมเขตอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน อำเภอสามเงาจังหวัดตาก และลำน้ำปิงบางส่วน ในส่วนของอุทยานฯ สองฟากฝั่งลำน้ำซึ่งยาวประมาณ 140 กม. มีภูมิทัศน์เป็นเกาะแก่ง หน้าผา หินงอก หินย้อย นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยเรือหางยาวมาจากอ่างเก็บน้ำดอยเต่าจังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นลงแพที่แก่งสร้อย เพื่อล่องมายังเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก หรือสามารถเลือกเดินทางตามเส้นทางหลวงหมายเลข 106 สายลำพูน-ลี้ บริเวณกิโลเมตรที่ 47  จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 1047 สายลี้-ก้อ บริเวณกิโลเมตรที่ 20-21 มายังที่ทำการอุทยานฯ
 
    

 
 


   ► www.cmuniontravel.com T.A.T License NO. 23/0437 ≈♦≈
► 152/110 หมู่ 2 หมู่บ้านพิมานพรหม ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300 ♦Tel: 081-8842110,  081-8838393 / Fax: 053-408494 ♦≈♦